Showing posts with label wonder girl. Show all posts
Showing posts with label wonder girl. Show all posts

Thursday, October 29, 2009




[SPN รายงานโดย: ยูน คยองชอล]

นิยาม ของคำว่า 'ไอดอล' นั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หากย้อนเวลากลับไปหลายปีก่อน คำว่าไอดอลกรุ๊ปนั้นอาจหมายถึงกลุ่มของเด็ก ๆ ภายในคอนเซ็ปที่แตกต่างออกไป แต่ ณ ปัจจุบัน บรรดาไอดอลทั้งหลายนั้นกลับมีอิทธิพลอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางละคร, ทีวี รวมถึงกิจกรรมวาไรตี้ต่าง ๆ เกินจินตนาการ ทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าคำว่า 'ไอดอล' นั้นได้ปฏิวัติขีดจำกัดในความหมายของตัวมันเองไปมากมายเหลือเกิน

แต่ไม่ว่าจะ อะไรก็ตาม บรรทัดสุดท้ายหรือใจความสำคัญนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง 'เงิน' อยู่ดี

หาก จะกล่าวถึงการเดินสายโปรโมตไปยังต่างแดนนั้น นอกจากการเพิ่มฐานแฟนคลับเพื่อกระจายวงไอดอลนั้น ๆ ให้เป็นที่รู้จักแล้วละก็ รายได้ที่ได้มานั้นถือว่าคุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อจริง ๆ

ตั้งแต่เด บิ๊วท์นั้น การที่จะตั้งเป้าหารายได้ราว ๆ หมื่นล้านวอนต่อปีนั้นคงเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว หมายความว่าตลอดระยะเวลาของไอดอลวง วงหนึ่งนั้น เป้าหมายที่จะคว้าความสำเร็จกว่า 5 หมื่นล้านวอนก็คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอะไร โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงรายได้หลักจากไอดอล ซึ่งก็คือรายได้จากอัลบัมเพลง ก่อนที่จะสานต่อความสำเร็จ ณ ต่างแดนในภายหลัง

ตัวอย่างแรกคงหนีไม่พ้น 5 เทพแห่งแดนตะวันออก ดงบังชินกิ ที่ เพิ่งมีคดีศาลกับต้นสังกัด SM Entertainment ไปได้ไม่นาน อย่างไรก็ตามได้มีการเปิดเผยว่ารายได้จาก 5 หนุ่มดงบังชินกิภายในระยะเวลา 5 ปีนั้นตกอยู่ที่ 4 หมื่น 9 พันล้านวอน ซึ่งเกือบถึงความคาดหมายของบริษัทที่ตั้งเป้าไว้ราว ๆ 11,800,000,000(~หนึ่งหมื่นสองพันล้าน) วอนต่อปีเลยทีเดียว

ข้ามไปที่ฝั่ง 5 สาววอนเดอร์เกิลส์ และ 5 หนุ่มบิ๊กแบงกัน บ้าง ที่สามารถกวาดรายได้ให้กับต้นสังกัดแบบนิ่ม ๆ เกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งที่จริงแล้วทั้งวอนเดอร์เกิลส์และบิ๊กแบงนั้น เป็นตัวแทนของวงไอดอลเพียงไม่กี่วงที่สามารถสร้างชื่อเสียงพร้อมประสบความ สำเร็จในต่างแดนได้ โดยมียอดตัวเลขจากยอดขายมาเป็นหลักฐาน เพราะพวกเขาสามารถตีตลาดสหรัฐฯและญี่ปุ่นตามลำดับ พร้อมโกยรายได้กว่า หนึ่งหมื่นสองพันล้านวอน ซึ่งเหนือกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้เลยก็ว่าได้

ข้ามไปยังแดนกิมจิ ประเทศเกาหลีใต้ ก็ได้เกิดปรากฏการณ์กับวงการเพลงเกาหลีในปี 2009 เมื่อ 9 สาวโซนยอชิแด จัดการกวาดความนิยมพร้อมกำไรกว่า สามพันห้าล้านวอน ภายในเดือนเดียวหลังจากคัมแบ๊คที่ห่างหายไปนานกว่า 9 เดือนได้ นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมเป็นต้นมา โซนยอชิแดก็ได้สร้างกระแสพร้อมครองชาร์ตเพลงจำนวนนับไม่ถ้วนกับเพลง 'Gee' ไม่ว่าจะเป็น Mnet, Melons, Cyworld และเว็บเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จำต้องยกตำแหน่งอันดับ #1 บนชาร์ตไปให้พวกเธอนานนับเดือนเลยทีเดียว ซ้ำแล้วโซนยอชิแดยังจัดการทำยอดขายกว่า 80,000 อัลบัมภายในระยะเวลา 5 สัปดาห์เท่านั้น ทำให้พวกเธอสถาปนาตนกลายเป็นหนึ่งในเกิลส์กรุ๊ปที่โด่งดังที่สุดในประเทศไป เรียบร้อยแล้ว พร้อมยังสร้างชื่อเสียงต่อไปไม่ว่าจะเป็นโฆษนาต่าง ๆ อย่างเครื่องสำอาง, เสื้อผ้า, อาหาร นั่นเอง

จนกระทั่งมีการเปิดเผย ตัวเลขจากทางต้นสังกัด SM Entertainment เมื่อไม่นานมานี้ว่าสามารถทำรายได้จากบรรดาศิลปินของค่ายได้มากกว่า 4 หมื่น 3 พันล้านวอน ภายในปีนี้เรียบร้อยแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้ ความเห็นกับการปฏิวัติของเหล่าไอดอลว่า "นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของวงการดนตรี ไม่ใช่แค่เพียงภายในประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงตามต่างประเทศด้วย แต่ความจริงก็คืออีกไม่นานตัวเลขและความคาดหวังคงจะพุ่งสูงขึ้นอีกต่อเนื่อง อย่างแน่นอน"


-----
PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS:
Source: SPN
แปลไทย: Galio ll www.soshifanclub.com ll SNSD
-----

Tuesday, October 6, 2009



สาวเกิร์ลกรุ๊ปแห่งเกาหลีในบทบาทพรีเซ็นเตอร์โฆษณา 'การต่อสู้กันแบบไก่ๆ'

โซน ยอชิแด (So Nyeo Shi Dae), Wonder Girls และ คาร่า (KARA) ต่างล้วนได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ธุรกิจไก่ย่าง ล่าสุด คาร่า ได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ธุรกิจไก่ย่าง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่งสำหรับวงการเพลงกับการ 'ประจันหน้าในฝัน' ด้วยการที่พวกเธอได้กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ในโฆษณาในประเภทเดียวกันที่จะต้อง สร้างความพึงพอใจอันแสนดึงดูดให้กับผู้บริโภค

สำหรับเกิร์ลกรุ๊ปที่ ได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ธุรกิจไก่ย่างกลุ่มแรกคือ โซนยอชิแด (So Nyeo Shi Dae) โดยพวกเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ 'Goobne Chicken' (http://www.goobne.co.kr) ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงที่ โซนยอชิแด ได้เซ็นสัญญากับ 'Goobne Chicken' พวกเธอเป็นเพียงกลุ่มศิลปินที่กำลังได้รับความนิยมเท่านั้น แต่จนถึงตอนนี้พวกการที่พวกเธอได้กลายเป็นสุดยอดเกิร์ลกรุ๊ปแห่งเกาหลีส่งผล ให้หลายฝ่ายต่างกล่าวถึงความเฉียบคมในการมองการณ์ไกลของแบรนด์ และไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แบบเซ็กซี่หรือแบบตลกๆ ที่โซนยอชิแดสามารถถ่ายทอดผ่านโฆษณาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สามารถสร้างปรากฏการณ์ความสนใจให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างมาก

Wonder Girls ได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเจอร์ BBQ Chicken เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเวลานี้ถึงแม้ว่าพวกเธอจะกำลังทำกิจกรรมอยู่ในสหรัฐอเมริกาส่งผล ให้แฟนๆไม่สามารถเห็นตัวจริงของพวกเธอได้ อย่างไรก็ตามพวกเธอยังจะมีโอกาสสามารถพบกับแฟนๆผ่านทางโทรทัศน์ได้ โดยในตอนที่ Wonder Girls ได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์พวกเธอก็เดินทางกลับมายังเกาหลีเพื่อถ่ายทำ โฆษณา ด้วยเหตุนี้เองจากการร่วมธุรกิจไก่ย่างของ Wonder Girls ถัดจาก โซนยอชิแด ก็ทำให้วงการนี้ร้อนแรงขึ้นในทันที

ไม่เพียงแต่โซนยอชิแด และ Wonder Girls เท่านั้น ล่าสุด KARA ก็ได้เข้าร่วมในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ไก่ย่างอย่างแบรนด์ 'COB Chicken (http://www.likech.com/)' ซึ่งพวกเธอก็ได้ถ่ายทำโฆษณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และการที่ KARA ได้ปรากฏตัวในรายการช่วงวันหยุดเทศกาลชูซอกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ได้กลาย เป็นการมีอิทธิพลสำคัญกับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้โดยตรง

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT - http://www.pingbook.com - หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย

Monday, September 28, 2009




5 สาว Wonder Girls ที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ ล่าสุดพวกเธอส่งคลิปวีดีโอสุดพิเศษ ที่เตรียมออกอากาศในรายการพิเศษเทศกาลชูซอกอย่าง MBC 'Sweet Girl' ในเร็วๆนี้

สุดยอดเกิร์ลกรุ๊ปแห่งเกาหลีอย่าง Wonder Girls เตรียมตัวปรากฏตัวในรายการ MBC 'Sweet Girl' พร้อมกับภาพลักษณ์อันสดใสหลังจากห่างหายจากแฟนๆเกาหลีไปเป็นเวลานาน โดยในวันนั้นพวกเธอจะได้กล่าวทักทายกับเพื่อนๆในวงการ รวมถึงแฟนๆไปพร้อมกันอีกด้วย

ในคลิปวีดีโอ Wonder Girls เปิดเผยว่า "ถ้าสถานที่นี้เป็นการเลือกไอดอลสุดแข็งแกร่ง(ทางด้านร่างกาย)แล้วล่ะก็ ต้องเป็น Wonder Girls สิคะ แต่ทำไมไม่รวมพวกเราไปด้วยล่ะคะ" เสริม "(เพื่อการถ่ายทำ) ให้ตั๋วเครื่องบินพวกเราเถอะนะคะ" พวกเธอกล่าวพร้อมกับภาพลักษณ์แบบตลกๆสนุกสนาน

อีกทั้งในวันนั้นท่ามกลางผู้เข้าร่วมอย่าง โซนยอชิแด (So Nyeo Shi Dae) , คาร่า (KARA), Brown Eyed Girls, After School, 4minute และ Tiara กับคำถามที่ว่า "คุณคิดว่าสาวไอดอลที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นน่าจะเป็นใคร?" 5 สาว Wonder Girls ก็ได้ชี้ไปยัง คูฮาร่า แห่ง KARA นั่นเอง

เตรียมพบ กับเทปรายการพิเศษแนวเซอร์ไววัล (Survival) ฉลองเทศกาลชูซอก ทาง MBC อย่าง 'Sweet Girl' ภายใต้การร่วมรายการของสุดยอดเกิร์ลกรุ๊ปแห่งเกาหลีรวมทั้งหมด 6 ทีมในสถานที่เดียวกันเพื่อหาสาวที่แข็งแกร่งที่สุดเพียง 1 คนเท่านั้น!

เทปนี้ออกอากาศ 2 ตุลาคม 2552 เวลา 18.15 น.



ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT - http://www.pingbook.com - หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย

Thursday, September 24, 2009

"สมมติว่าถ้าคุณได้ใช้ชีวิต เป็นนักร้องจริงๆขึ้นมาคุณจะเลือกค่ายไหน ?" ชาวเน็ตต่างเทคะแนนให้กับ YG Entertainment ให้เป็นบริษัทที่อยากเป็นนักร้องในสังกัดรวมถึงยังเป็นบริษัทที่มีความไว้ วางใจมากที่สุดอีกด้วย

คอมมิวนิตี้พอร์ทัลไซต์ 'DCInside' (www.dcinside.com) ได้ทำผลสำรวจเมื่อวันที่ 15~22 กันยายน 2552 ในหัวข้อ "สมมติว่าถ้าคุณได้เป็นนักร้อง บริษัทใดที่คุณอยากจะเข้าไปเป็นศิลปิน และสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับคุณมากที่สุด?" โดยผู้ที่คว้าอันดับที่ 1 นั้นตกเป็นของบริษัท YG Entertainment

จำนวนผู้โหวตกว่า 5,503 คะแนน กว่า 1,456 คะแนน (26.5%) เลือก YG Entertainment ซึ่งเป็นบริษัทค่ายเพลงที่ก่อตั้งโดย ยังฮยอนซอก อดีตสมาชิกวง 'Seo Taiji & Boys' ซึ่งไม่เพียงแต่บรรดาศิลปินฮิพฮอพชื่อดังที่อยู่ในค่ายนี้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงนักแสดงชื่อดังอีกด้วย หลังจากที่ YG ประสบกับความสำเร็จของศิลปินอย่าง Jinusean และ 1TYM พวกเขาก็ปล่อยศิลปินรุ่นถัดมาอย่าง Wheesung, BIG MAMA รวมถึงนักร้องรุ่นใหม่อย่าง บิ๊กแบง (BIGBANG) และ 2NE1 จนกลายเป็นไอดอลชื่อดังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะ YG ยังมีชื่อในเรื่องของความสนิทสนมบนเวทีของศิลปินภายในค่ายอย่างชัดเจน อีกทั้งในอดีต พัคฮันบยอล นักแสดงชื่อดังก็เลยเป็นศิลปินอยู่ในค่ายนี้ และ ณ เวลานี้ คูเฮซอน (Ku Hye Sun) และนักแสดงชื่อดังอื่นๆก็อยู่ในสังกัด YG อีกด้วยเช่นกัน

ถัดมากับ SM Entertainment (ประธาน อีซูมาน) ได้ไป 1,193 คะแน (21.7%) คว้าอันดับที่ 2 ในตาราง โดยทางด้าน อีซูมาน นั้นก็เคยเป็นศิลปินนักร้องที่ผันตัวมาเปิดบริษัทค่ายเพลงเป็นของตนเอง เขาเริ่มเปิดตัวศิลปินกลุ่มไอดอลในช่วงยุค 90 กับวง H.O.T และ S.E.S ซึ่งไม่เพียงแต่เขายังได้สร้างปรากฏการณ์ไอดอลเป็นครั้งแรก แต่ SM ยังถือเป็นบริษัทที่เปิดประตูสู่วัฒนธรรมแฟนดอมที่กลายเป็นบทบาทสำคัญอย่าง ยิ่งในวงการ ด้วยระบบการฝึกหัดศิลปินที่เป็นแบบแผนของ SM Entertainment ได้สร้างศิลปินชื่อดังต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น โบอา (BoA) และ ดงบังชินกิ (Dong Bang Shin Ki) ออกสู่ตลาดเอเชียในฐานะของ 'ฮันรยูสตาร์' นั่นเอง
อันดับ ที่ 3 Jungle Entertainment (ประธาน โจซอนโอ) 789 คะแนน (14.3%) เป็นค่ายของศิลปินอย่าง Tiger JK และ T(Yoon Mi Rae), LeeSsang สำหรับแนวคิดของบริษัทนี้ แทนที่จะสร้างให้ศิลปินกลายเป็นที่นิยมในวงกว้าง แต่บริษัทนั้นมีระบบที่จะเคารพในผลงานที่ถูกสร้างขึ้นจากตัวศิลปินเอง ซึ่งก็ส่งผลให้ทุกคนต่างก็ให้คำชื่นชมกันโดยถ้วนหน้า

นอกจากนี้ยังมี JYP Entertainment ต้นสังกัด Wonder Girls และ 2PM (ประธาน พัคจินยอง) รวมถึง Hook Entertainment (ประธาน ควอนจินยอง) ต้นสังกัดศิลปิน อีซึงกิ และ DSP Media ต้นสังกัด SS501, KARA และศิลปินในอดีต Fin.K.L อีกด้วย




1. YG Entertainment (บิ๊กแบง, 2NE1)
2. SM Entertainment (ดงบังชินกิ, โซนยอชิแด)
3. Jungle Entertainment (Drunken Tiger, Yoon Mi Rae)
4. JYP Entertainment (Wonder Girls, 2PM)
5. Hook Entertainment (อีซึงกิ)
6. DSP Media (SS501, KARA)
7. Mnet Media (อีฮโยริ, อกจูฮยอน)
8. Good Entertainment (ชินฮวา)
9. Pledis (ซนดัมบิ, After School)
10. IS Entertainment (SG Wannabe)
11. Star Empire (Jewelry)
12. Core Contents Media (Tiara, SeeYa)
13. Cube Entertainment (4minute)
14. F&C Music (FTIsland)
15 อื่นๆ

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT

Wednesday, September 16, 2009



http://img.breaknews.com/imgdata/breaknews_com/200909/2009091609452527.jpg
รูปภาพโดย=SM Entertainment

อย่าง นี้ต้องฉลอง! เมื่อล่าสุดมีการจัดอันดับประชันกันของเหล่าแฟนคลับขึ้น โดยหัวข้อคือแฟนคลับที่มีพลังมากที่สุด ซึ่งพลังในที่นี้นั้นหมายถึงการตามสนับสนุนและให้กำลังใจต่อศิลปิน ส่วนผู้ร่วมโหวตคือบรรดาชาวเน็ตทั้งหลายนั่นเอง

เว็บไซต์ คอมมิวนิตี้ชื่อดังอย่าง 'DC Inside' ได้จัดตั้งโพลล์ "แฟนคลับที่มีพลังมากที่สุด" ขึ้น โดยเปิดให้โหวตตั้งแต่วันที่ 8 - 15 กันยายน เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ด้วยกัน ผลปรากฏว่าอันดับหนึ่งตกเป็นของ 'โซวอน', แฟนคลับอย่างเป็นทางการของ 9 สาว โซนยอชิแด นี่เอง

จากบรรดาผู้ร่วมโหวตจำนวน 6,527 คนนั้น กว่า 1,888 คน (28.9%) ลงคะแนนให้กับ 'โซวอน' กองเชียร์สีชมพูแห่ง 9 สาว โซนยอชิแด ไปอย่างน่าอัศจรรย์ สาเหตุคงเป็นเพราะแฟนคลับทั้งหลายต่างหนุนหลังศิลปินของตนมาตลอด ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วที่ โซนยอชิแด ต้องฝ่ามรสุมของการถูกแอนตี้ ไม่ว่าจะเป็น ณ ดรีม คอนเสิร์ต, กิจกรรม รวมถึงความผิดพลาดต่าง ๆ ของพวกเธอ แต่ถึงกระนั้นเหล่าแฟนคลับก็ยังแสดงความรักให้แก่ศิลปินอย่างน่าชื่นชม จนทำให้ปีนี้พวกเธอได้ทำการคัมแบ๊คและกวาดความนิยมแบบ นอน-สต็อป ด้วยเพลง 'Gee' และ 'Tell Me Your Wish(Genie)' สร้างความน่าเกรงขามให้แก่กองทัพสีชมพูนี้ต่อไป

อันดับ #2 ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง ซูเปอร์จูเนียร์ กับบรรดาแฟนคลับภายใต้นาม 'ELF' ด้วยจำนวน 1,761 โหวต(27%) ย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 ที่แฟนคลับได้ถูกจัดตั้งขึ้น ตัวแทนแห่งแสงแซฟฟายด์บลูก็ได้ตามให้กำลังใจ 13 หนุ่มมาโดยตลอด ถึงแม้จะถูกตั้งคำถามในแง่ร้ายมามากพอสมควร แต่พวกเขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้พร้อมกับแฟน ๆ เหล่านี้ พร้อมเขย่าปี 2009 ด้วยอัลบัมที่ 3 'Sorry Sorry' ที่ทำสถิติยอดขายสูงที่สุดเลยทีเดียว ด้วยความสนุกสนานเฮฮาและภาพลักษณ์ในด้านบวกของพวกเขา พวกเราคงได้เห็นลูกโป่งสีฟ้าไข่มุกโบกสะบัดไปอีกนาน

เมื่อพูดถึงแฟนคลับจะลืมพวกเขาไปได้ยังไง เมื่ออันดับ #3 ตกเป็นของเหล่า 'แคสสิโอเปีย' หรือแฟนคลับแห่ง 5 หนุ่มดงบังชินกิ นั่นเอง ซึ่งผู้คนกว่า 1,266 คน(19.4%) ร่วมโหวตให้กับแฟนคลับกลุ่มนี้ ต้องถือว่าพวกเขาคือกำลังสำคัญในความสำเร็จของดงบังชินกิเลยก็ว่าได้ เมื่อกินเนสบุ๊คได้มีการลงบันทึกว่า 'แคสสิโอเปีย' เป็นกลุ่มแฟนคลับที่มีสมาชิกกว่า 800,000 คนทั่วโลกพร้อมใจกันสนับสนุนราชาแห่งเอเชียในยุคนี้ ถึงแม้ว่าตัวศิลปินนั้นกำลังจะตกเป็นข่าวกับต้นสังกัดอยู่ แต่แน่นอนว่าบรรดาตัวแทนแห่งสีเพิร์ลเร้ดก็จะอยู่เคียงข้าง 5 หนุ่มต่อไปอีกแน่นอน

นอกจากนี้ก็ยังมีแฟนคลับอย่าง 'Triple S' (SS501), 'Wonderful' (Wonder Girls), 'Camillia' (Kara) เรียงคิวกันมาตามลำดับอีกเช่นกัน


-----
PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS:
Source: Chosun
แปลไทย: Galio ll www.soshifanclub.com ll SNSD
-----

Wednesday, September 9, 2009



เคย สงสัยกันบ้างรึเปล่าว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้กระแสเพลง K-pop นั้นติดตาตรึงใจเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองติดหู, พรสวรรค์ของศิลปิน, เครื่องแต่งกาย หรือคอนเซ็ปของแต่ละอัลบัม รวมกันทำให้ทั้งศิลปินเดี่ยวหรือกลุ่มต่างมีพลพรรคแฟนคลับสนับสนุนตามเชียร์ กันอย่างคับคั่ง พวกเขาทำได้ยังไง? วันนี้เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกถึงธาตุแท้และความสำคัญของ 'ท่าเต้น' ที่กลายเป็นเวทมนตร์สะกดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่วงการเพลงนี้แล้ว

โปรแกรม ทีวีเอย, การแสดงบนงานเทศกาลต่าง ๆ, วาไรตี้โชว์ รวมถึงคอนเสริ์ตนานาชนิด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ 'การแสดง' นั่นเอง ไม่ว่าเพลงไตเติ้ลจะสวยหรูเลิศเลอเพียงใด แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักสองสามเดือน ผู้คนต่างเริ่มรู้สึกเบื่อ ชิน และเริ่มหาเพลงใหม่กันอีกครั้ง ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นโซ่ตรวนกักขังให้ผู้ฟังไม่หนีหายไปไหนนั้น มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ซึ่งนั่นก็คือ ทำนอง, ท่อนฮุค และท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง หากใครนึกภาพไม่ออกว่าส่วนผสม 3 ชนิดนี้มีอิทธิพลเพียงไร ลองนึกภาพเพลง 'Abracadabra' ของ Brown Eyed Girls สิ่งแรกที่คุณนึกถึงคงไม่พ้นท่าส่ายสะโพกสุดยั่วยวน, 'Sorry Sorry' ของ 13 หนุ่มซูเปอร์จูเนียร์ กับท่าถูมือและโยกตัวตามจังหวะ, ดงบังชินกิกับเพลง 'Mirotic' ที่มาพร้อมกับท่ากอดอก จับคางและโยกไปตามทำนอง, 'Gee' ของ 9 สาวโซนยอชิแด หนีไม่พ้นท่าขาปู และอีกมากมายนานับประการ

เคสที่ #1: JYP (Wonder Girls)



หาก คุณไม่รู้ว่า 5 สาวนี้โด่งดังเพียงไร นั่นเท่ากับว่าคุณยังไม่รู้จัก K-Pop ดีพอนั่นแหละ ในเมื่อเพลง 'Tell Me' ได้เปิดประตูแห่งความสำเร็จให้กับสาว ๆ วอนเดอร์เกิลส์ คงไม่มีใครที่รู้จักเพลงนี้แต่จำท่าเต้นไม่ได้ เพราะอาวุธลับของกระแส 'Tell Me' ที่กวาดความนิยมทั่วประเทศเกาหลีก็คือ ท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์และติดตานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นบน Youtube หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็ดูเหมือนว่าจะสามารถพบการเต้น โคฟเวอร์ เพลง 'Tell Me' ได้อย่างง่ายดาย นี่แหละคืออาวุธลับของ JYP ที่ส่งชื่อของเกิลส์กรุ๊ป 'Wonder Girls' ให้โด่งดังไปทั่วทุกมุมโลก

ว่ากันว่าหากไม่พัฒนา ก็เหมือนกับก้าวถอยหลัง ซึ่งวง 5 สาว วอนเดอร์เกิลส์ ก็ไม่ได้พอใจกับความนิยมจาก 'Tell Me' เพียงเท่านั้น เมื่อพวกเธอกลับมาพร้อมกับท่า 'V-line' และท่า 'กำไลมือ' ในเพลง 'So Hot' สองท่าที่กล่าวถึงนั้นคือท่าหลักที่ฝังอยู่ในความทรงจำของผู้พบเห็น ดั่งที่ ฮอง ยองจู, ผู้คิดค้นท่าเต้นได้กล่าว่า "ท่าเต้นของ 'So Hot' นั้นมีทริคมากกว่า 'Tell Me' นิดหน่อยครับ แต่ก็ยังนับว่าง่ายกว่าเพลงอื่น ๆ มาก" ถึงแม้ว่าแต่ละท่าในเพลงนี้จะมีเพิ่มเติมในจุดเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยับของขาหรือแขน แต่ก็ต้องเรียกว่าสุกท้ายแล้ว 'So Hot' ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยทีเดียว

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อพวกเธอตอกย้ำความเป็นหนึ่งในปี 2008 ด้วยเพลง 'Nobody' ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งเกาหลีใต้และอเมริกาเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่ว่าไอดอลของแดนลุงแซมอย่าง Jordin Sparks เจ้าของเพลง 'Tattoo' ยังถึงกับขอให้สาว ๆ วอนเดอร์เกิลส์สอนเธอเต้นเลยทีเดียว ซึ่งเธอยอมรับด้วยเสียงหัวเราะว่า "ฉันชอบเพลงนี้มาก ๆ ค่ะ บางครั้งฉันเต้นเพลงนี้ทั้ง ๆ ที่กำลังเดินแบบ 'Nobody Nobody but chu~' ซึ่งผู้คนรอบข้างอาจจะมองว่าฉันเพี้ยนก็ได้" โดยความสำเร็จของเจ้าของเพลง 'Nobody' นั้นถือว่าไม่ธรรมดา เพราะพวกเธอสามารถกุมหัวใจของแฟนชาวอเมริกันได้ด้วยท่า 'ยิงลูกศรรัก' อันแสนโด่งดังนี้เอง

'โอโมนะ', 'V-line', 'ลูกศรรัก' .. นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน ดังนั้นมันจะนำไปถึงคำถามที่ว่า .. เจวาย ปาร์ค ทำได้อย่างไร? คำตอบนั้นไม่ยากเลย ซึ่งนั่นก็คือการค้นหาความสมดุลของเพลงนั่นเอง โดยการเลือกท่าเต้นที่เต้นตามได้ง่าย แต่ก็ดูทรงพลังและน่าจดจำ โดย เจวาย ปาร์ค ได้กล่าวว่าเป็นท่าที่สามารถเต้นตามได้ทั่วโลก "ท่าแต่ละท่าั้นั้นง่ายมากค่ะ แต่เมื่อนำเอาทุกท่ามารวมกันแล้ว มันดูน่าพิศวงเอามาก ๆ" นี่คือคำกล่าวของยูบิน, หนึ่งในห้าสาววอนเดอร์เกิลส์ที่ได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง แทนที่จะใช้ท่าตื่นตาตื่นใจ แต่พวกเธอเลือกที่จะใช้ท่าแบบเบสิคแต่ไม่ธรรมดานี้เอง

เมื่อมาถึงจุด นี้แล้ว ต้องเรียกว่าบริษัท JYP Entertainment ได้ทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยมในการ ส่งเสริมการตลาด ไม่เพียงแค่เพลงของพวกเขาเท่านั้น แต่ท่าเต้นและบุคลิกต่างหากที่ช่วยผลักดันให้เพลงธรรมดาเพลงหนึ่ง สามารถก้าวไปไกลถึงระดับโลกได้ ซึ่งนักวิจารณ์ คิม ซักก้า ได้คอมเมนต์ว่า "สเน่ห์ของวอนเดอร์เกิลส์คือความตั้งใจที่ดูเหมือนจะผิดพลาด ผิดกับไอดอลจาก SM Entertainment ที่นำเสนอมาในรูปแบบเพอร์เฟ็กเกินไปนั่นเอง" อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความคิดของ ซักก้า จะถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เมื่อไอดอลกรุ๊ปจาก SM นั้นก็มีไพ่ตายเหมือนกัน

เคสที่ #2 ริโน่ นากาโซเนะ (SHINee, โซนยอชิแด, f(x))



นี่ อาจจะไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูใครหลาย ๆ คนนัก แต่หากย้อนดูประวัติของเธอแล้วทุกคนน่าจะร้อง อ๋อ~ กันแน่นอน เมื่อเธอเคยเป็นแบ๊คอัพให้กับ เจ้าแม่ Gwen Stefani's Harajuku Girls รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเต้นที่น่าประทับใจที่สุดกลุ่มหนึ่งอย่าง Beat Freaks อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อเธอได้รับรางวัลอันดับ #2 ในซีซั่นที่ 3 ของ 'American's Best Dance Crew' นี่คือเหตุผลว่าทำไม SM Entertainment ถึงวางใจให้หญิงสาวชาวญี่ปุ่นคนนี้ออกแบบท่าเต้นให้กับ ไอดอลไข่ในหินอย่าง SHINee, โซนยอชิแด, และ f(x) นั่นเอง

ในปี 2008, SHINee ไม่ใช่แค่วงเดียวที่ทำการเดบิ๊วท์บนเวทีดนตรีเกาหลีเท่านั้น แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดเห็นจะเป็นท่าเต้นของเพลง 'Nuna Neomu Yeppo(Replay)' นั่นเอง ซึ่งนั่นคืองานชิ้นแรกที่ นากาโซเนะ ได้ร่วมมือกับทาง SM Entertainment "เมื่อฉันได้ไปทำงานกับ SHINee ที่เกาหลี ฉันยอมรับว่าพวกเขาทุ่มเทกันมาก ฉันชอบเพลงของพวกเขานะ ทุก ๆ คนสามารถจดจำท่าเต้นได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีปัญหาเลยที่จะซึมซับเทคนิคต่าง ๆ จากฉันไป"

แน่นอนว่า นากาโซเนะ ได้โอกาสสร้างผลงานกับทาง SM ต่อไป เมื่อเธอได้รับมอบหมายภารกิจคิดค้นท่าเต้นให้กับ 9 สาวโซนยอชิแด ในเพลง 'Tell Me Your Wish(Genie)' พร้อมกับทีมงานอีกทีม "ที่จริงแล้วพวกเธอเรียนรู้จากวิดีโอที่ฉันเต้นค่ะ และพวกเรามานั่งคุยเกี่ยวกับรายละเอียดภายหลัง" เธอกล่าว "ซูยองสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ รวมถึงเจสสิก้าที่คล่องแคล่วในภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในการสื่อสารระหว่างเราเลยล่ะค่ะ พูดตามตรง ครั้งแรกที่ฉันได้ฟังเพลงนี้ ท่าเต้นต่าง ๆ แล่นเข้ามาในหัวทันทีเลยค่ะ"

เธอ ทำได้อย่างไร? "ดนตรีเป็นคนบอกฉันเองค่ะ เมื่อฉันมองย้อนกลับไป มันเหมือนว่าได้แรงบันดาลใจจากสเต็ปแทงโก้และซัลซ่ายังไงยังงั้นเลยล่ะ นั่นคือสิ่งที่ฉันถนัด เมื่อฉันเห็นท่าเต้นบางท่าแล้ว ฉันมักจะนำมันมาประยุกต์ในสไตล์ของฉันเองน่ะค่ะ" เมื่อโซนยอชิแดได้ซ้อมท่านี้แล้ว คุณครูนากาโซเนะได้คอมเมนต์ว่า "มันไม่ง่ายเลยนะคะที่จะต้องเต้นเป็นวง เพราะคุณจำเป็นต้องสลับตำแหน่งกันไม่หยุดหย่อน แต่ทุก ๆ อย่างออกมาได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเีดียว อย่างที่เค้าว่ากันแหละค่ะ ทำให้ผู้คนอยากจะทำในสิ่งที่เขาทำ"

พวกเราจะได้เห็น นากาโซเนะ อีกรึเปล่าน่ะหรอ? ศิลปินที่มีพรสวรรค์อย่างเธอจะค้นคว้าหาโอกาสอีกแน่นอน แต่ในขณะนี้เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมกับวงของเธอ Beat Freaks นั่นเอง รวมถึงการแสดงร่วมกับทีมงานจากปารีสอย่าง มารีส ด้วยเช่นกัน

นี่คือ สองตัวอย่างจากสองเกิลส์กรุ๊ปที่เีรียกได้ว่าเป็น 'Pride of Korea'(ศักดิ์ศรีแห่งเกาหลี) เลยทีเดียว และแน่นอนว่ายังมีเพลงอื่น ๆ จากวงอื่น ๆ อีกมากมายที่ยังรอคอยการวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าวงการดนตรี K-pop ในซัมเมอร์ของปี 2009 นี้ เปรียบเสมือนยาเสพติดสำหรับผู้ชมเลยทีเดียว


-----
PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS;
Source: AllKpop
แปลไทย: Galio ll www.soshifanclub.com ll SNSD
-----

Sunday, September 6, 2009




ศิลปิน กลุ่มแต่ละวง จะมีบางสิ่งที่เหมือนๆกันอยู่, พวกเค้าสามารถร้อง, แร๊พ, เต้น, และมักจะมีสมาชิกจำนวนมาก. แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเค้ามีเหมือนกันในทุกวันนี้ก็คือ ต้องมีสมาชิกหนึ่งคนหรือมากกว่านั้นที่มาจากต่างประเทศอยู่ในกลุ่มด้วย.

After School, มี Beka (ชาวเกาหลี-อเมริกัน). Super Junior, มี HanGeng (ชาวจีน). 2pm, มี TaecYeon, JaeBeom (ชาวเกาหลี-อเมริกัน), และ NichKhun (ชาวไทย-จีน). SNSD, มี Tiffany, Jessica (ชาวเกาหลี-อเมริกัน), SooYoung (ชาวเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น), และ HyoYeon (ชาวเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ที่จีน). Wonder Girls, มี Yubin (ชาวเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ที่ San Jose ใน California). 2AM, มี ChangMin (ชาวเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ที่แคนาดา). 2NE1, มี Sandara Park (ชาวเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ที่ฟิลิปปินส์), และ Park Bom (ชาวเกาหลีที่เคยไปเรียนที่ Boston ใน Massachusetts). Epik High มี Tablo (ชาวเกาหลีที่เคยไปอยู่มาแล้วทั่วโลก, จบการศึกษาจาก Stanford ได้ปริญญาตรีและโท ในสาขาวรรณคดีอังกฤษ). รวมถึง Victoria (ชาวจีน) และ Amber (ชาวจีนที่ไปโตที่ Orange County ใน California) ศิลปินใหม่จากค่าย SM , f(x).

เพราะว่ายังมีหลายชื่อมาก, ฉันไม่สามารถที่จะพูดถึงทั้งหมดได้ที่นี่. ฉันยังไม่ได้กล่าวถึง Nicole (ชาวเกาหลี-อเมริกัน) จาก Kara, MickyYooChun (ชาวเกาหลีที่เคยอาศัยอยู่ที่อเมริกา) จาก TVXQ, และรายชื่อต่างๆก็จะมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ. มีเพียงไม่กี่กลุ่มที่ฉันรู้ว่าไม่มีสมาชิกที่มาจากต่างประเทศ ชื่อแรกๆในหัวของฉันอย่าง : SHINee, 4minute, และ Big Bang.

จากราย ชื่อข้างต้น, คุณอาจจะแปลกใจเมื่อได้อ่านชื่อบางชื่อ. นั่นเพราะคนส่วนใหญ่จะนึกถึงอเมริกามื่อพูดถึงสมาชิกในวงที่มาจากต่างประเทศ . แต่ตอนนี้มีหลากหลายมาก; จีน, ญี่ปุ่น, แคนาดา, อเมริกา, ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย. ผู้คนส่วนใหญ่อาจคิดถึงสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่าง อเมริกา และญี่ปุ่น แต่ว่าตอนนี้พวกเค้ามาจากทุกๆที่. ตัวอย่างเช่น, Sandara Park ที่มาจากอาชีพนี้ในฟิลิปปินส์. นี่แสดงให้เห็นถึงอุตสาหกรรม K-Pop ที่กำลังขยายตัวไปไกลในการรับคนเขามาสู่วงการเพลงในประเทศ

ตอน นี้คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมพวกเค้าถึงมีอยู่มากเหลือเกิน. บริษัทด้านบันเทิงต้องการตัวสมาชิกที่มาจากต่างประเทศเพราะ พวกเค้ามีความรู้เกี่ยวกับต่างประเทศ และเมื่อพวกเค้ามาเกาหลี, พวกเค้าก็ทำให้ชาวเกาหลีเองให้ความสนใจพวกเค้า. ส่วนเหตุผลอื่นก็คือภาษา. ภาษาเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับชาวเอเชียเมื่อไปอยู่ในประเทศอื่นๆ. Boa, Se7en, และ Wonder Girls ทั้งหมดต่างเรียนภาษาอย่างหนัก แม้พวกเค้าจะทำได้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วนัก. TVXQ ที่เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อใช้ในอุตสากรรม J-Pop. โดยมีคนที่ใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วอยู่แล้ว, คุณรู้ว่าพวกเค้าจะเป็นผู้นำกลุ่มถ้ากลุ่มนั้นเลือกที่จะไปเปิดตัวที่ประเทศ อื่นๆ. ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ แต่การเชื่อมความสัมพันธ์กับแฟนๆจะง่ายขึ้นเมื่อคุณรู้ภาษาอื่นๆมากขึ้น ด้วย.

SooYoung จาก SNSD ที่รู้ภาษาญี่ปุ่น ในขณะที่ HyoYeon และ HanGeng รู้ภาษาจีน. Nichkhun ที่จะนำเสนอ 2PM เมื่อพวกเค้าไปที่ประเทศไทย. ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จะช่วยกลุ่มของพวกเค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเอเชียไป จนถึงในระดับโลก.

สมาชิกจากต่างประเทศเหล่านี้เป็นผู้ที่ช่วยทำให้ เพลง K-Pop นั้นไปสู่ระดับโลกได้. แฟนๆชาวต่างประเทศก็จะให้การตอบรับได้ง่านขึ้นเมื่อรู้ว่าพวกเค้ามีบางสิ่ง ที่เหมือนกับศิลปินวงนั้น, อย่างเมื่อรู้ว่าศิลปินนั้นใช้บ้านเกิดหรือพูดภาษาเดียวกัน.ซึ่งนั่นก็ถือ เป็นเรื่องที่ดี.

มาลองดูศิลปินบางคนกับภาษาที่สองของพวกเค้า :

Tiffany จาก SNSD
http://www.youtube.com/watch?v=HCO3HI2UNcM

2PM
http://www.youtube.com/watch?v=A64Tzetd5dg

Sandara Park
http://www.youtube.com/watch?v=cMmGcE8H4ME

Jessica จาก SNSD
http://www.youtube.com/watch?v=2kH_fDJMItw

Jessica จาก SNSD และ Nicole จาก KARA
http://www.youtube.com/watch?v=wN3hWPxjdsU

นั่นทำให้ฉันรู้สึกสงสัยเล็กน้อย, CL จะไปใช้ภาษาฝรั่งเศสของเธอที่ได้ไหนบ้าง?

ขอบคุณ galio9071988, kp0pping, soshisooyoung, sweetpack07 และ arirangworld สำหรับคลิปวีดีโอ.
ขอบคุณ CindysSoul ที่ช่วยส่งคลิปวีดีโอให้ด้วย

Source : Allkpop
Credit : www.wgparadisiac.com
Trans-TH : SoMin @ WGPD

**TAKE OUT WITH FULL CREDIT & DO NOT HOTLINK**

Saturday, August 22, 2009

ฉันมีข่าว WonderGeneration ส่วนตัว มารายงานทุกคน ฉันได้พบกับวันเดอร์เกิร์ลเมื่อวานนี้ และเพราะได้ดูวิดีโอที่ allkpop ได้โพสต์คลิปที่ซอนมีแสดงท่าทางแบบแฟนเกิร์ล ฉันจึงตัดสินใจมอบ CD SNSD 2nd Mini Album ให้เธอ เมื่อฉันได้เดินไปหาพวกเธอ ฉันให้การ์ดสำหรับพวกเธอทุกคนและใต้การ์ดเป็นซีดี เมื่อซอนมีเห็น เธอได้กรีดร้องและแสดงอาการแบบแฟนเกิร์ลข้างๆฉัน โซฮีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากบอกให้เธอเก็บอาการหน่อย เมื่อเราจะถ่ายรูป ซอนมียกซีดีขึ้น แต่เพราะคนถ่ายภาพถ่ายตอนเธอกำลังเคลื่อนไหว ภาพก็เลยไม่ชัดแต่พวกคุณสามารถบอกได้แน่ๆว่า มันคือซีดี




ถ้าคุณสงสัย ฉันคือคนในชุดสีเทานั่นแหละ

Credit: Fengxian @soshified.com /soompi.com
Trans: obotchan @ Sone UniteD @ asianclub.pantipmember.com

Tuesday, August 18, 2009




คิมจินฮี นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัย DongDuk Women's University
ผู้มีฉายาว่า 'Queen of Queen แห่งมหาวิทยาลัยดงดุ๊ก' และ 'โซฮี (Wonder Girls)แห่งมหาวิทยาลัยดงดุ๊ก'
ได้ปรากฏตัวในรายการ KBS 2TV Challenge! Golden Ladder (도전 황금사다리)
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งการปรากฏตัวของเธอในวันนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก
และในรายการดังกล่าว คิมจินฮีผู้มีหน้าตาละม้ายคล้าย 2 นักร้องวัยรุ่นชื่อดังอย่าง โซฮี วง Wonder Girls
และ Sunny แห่ง SNSD ยังได้ร้องเพลงฮิตของ Wonder Girls อย่าง 'Tell Me'
และ 'Gee' ของ SNSD ให้ทั้งเหล่า MC และผู้ชมรายการได้ดูกันอีกด้วย โดยเฉพาะตอนที่เธอทำท่า 'ออมอน่า!'
ในเพลง 'Tell Me'ซึ่งเป็นท่าประจำตัวของโซฮีแล้ว ก็ทำให้หัวใจของเหล่า MC อย่าง อีทึก (Lee Teuk)
และ บูม (Boom) เต้นรัวไปตามๆกัน
ท้ายสุดเมื่อให้เธอเลือกระหว่างอีทึกและบูม คิมจินฮีกล่าวว่า 'จริงๆแล้วฉันชอบบูมมากกว่าอีทึกค่ะ'

Source : allkpop
Cr to iheartwg/popcornfor2.com

Friday, August 14, 2009



คน สัมภาษณ์ : ในปี 2009 นี้ ถือว่าเป็นปีของวงการเกิร์ลกรุ๊ปในเกาหลีก็ว่าได้ , พวกคุณมีความรู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในนั้น

ซอนมี : ที่จริงแล้วฉันอยู่ที่นี่ก็สนุกมากๆเลยนะคะ แต่เมื่อฉันมาที่นี่ก็ได้วางความเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีเอาไว้สะก่อน
โอ้ อีกอย่างนึงเออ .. ฉันก็ชอบ'เกิร์ลเจเนอรเรชั่น' มากเลยล่ะคะ

ซอนเย : ใช่ค่ะ เธอชอบเกิร์ลเจเนอเรชั่น(โซนยอชิแด)เอาสะมากๆ

ยูบิน : ค่ะ เธอจะฟังเพลงของเกิร์ลเจเนอเรชั่นอยู่เป็นประจำ

ซอนมี : โซวอนนึลมาเรบวา (เต้นท่า Tell me Your wish) ... I'm Genie For your wish (เต้น/หัวเราะ)

ยูบิน : อ่า โอเคๆพอๆ แล้วฉันจะโทรหา'แทยอน' .. แล้วบอกให้ว่าเธอน่ะชอบแทยอนเขามากจริงๆ.


Credit : All-Kpop & fallen*angel@soompi
Tran To Thai : Racoon~~!!@WG-th.com

ขอบคุณ www.wondergirlsthailand.com และ racoon@wgth ค้า

CLIP ตั้งแต่นาทีที่ 4.44

Tuesday, August 11, 2009




คิมคยองโฮ (Kim Kyung Ho) นักร้องที่เดบิวสู่วงการนานกว่า 15 ปี เผยสาวในอุดมคติคือ แทยอน (Tae Yeon) และ ยูบิน (Yoo Bin)

10 สิงหาคม 2552 ช่วงเที่ยง นักร้อง คิมคยองโฮ ได้เป็นศิลปินรับเชิญในรายการวิทยุ KBS Happy FM 'Lee Yoon Seok, Yoon Jung Soo's Squid' โดยในวันนั้นเขาได้เปิดเผยว่า "ผมอยากพูดคุยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับไอดอลที่กำลังทำกิจกรรมได้รับความนิยม อยู่ในขณะนี้"

ในขณะที่ทางด้าน DJ อียุนซอก ก็ถึงกับค่อนข้างเป็นกังวลว่า คิมคยองโฮ นั้นจะพูดเหน็บแนมกลุ่มศิลปินซึ่งครองตลาดเพลงเกาหลีอยู่ในขณะนี้หรือไม่ เขาก็ได้เริ่มถามคำถามอย่างระมัดระวัง "ในมุมมองของคุณ คุณคิดอย่างไรกับไอดอลครับ" หลังจากคำถามจบเขาก็ได้รับคำตอบที่น่าแปลกใจกลับมา

คิมคยองโฮ กล่าว "ผมเคยคิดว่าถ้าผมได้เจอกับไอดอลกรุ๊ป อาจเป็นเพราะอายุที่เราแตกต่างกันค่อนข้างมาก นั่นมันเลยทำให้ผมไม่ได้มองพวกเธอในมุมมองของเพศตรงข้ามครับ" เสริม "แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้เอง ในรายการเพลงรายการหนึ่ง ผมได้พบกับ 9 สาว โซนยอชิแด พวกเธอวิ่งเข้ามาหาผมแล้วพูดว่า 'อันนยองฮาเซโย! โซนยอชิแดอิมนิดะ! (สวัสดีค่ะ โซนยอชิแดค่ะ)" เท่านั้นแหละครับ เล่นเอาหัวใจผมเกือบวายเลย" หลังจากเขาพูดจบ ทั้งห้องส่งก็หัวเราะกันครืน

เมื่อ ถูก DJ ยุนจองซู ถามตรงๆว่าสมาชิกทั้ง 9 คนในโซนยอชิแดเขาชอบใครมากที่สุด คิมคยองโฮ ก็ตอบในทันทีว่าเธอคนนั้นคือ แทยอน เขาให้เหตุผล "ด้วยใบหน้าที่น่ารัก รวมถึงภายนอกที่ดูเรียบง่าย ทำให้เธอใกล้เคียงกับสาวในอุดมติของผมมากที่สุดครับ" เขากล่าว

อีก ทั้ง คิมฮยองโฮ ยังได้เลือก ยูบิน แห่ง Wonder Girls เป็นสาวในอุดมคติอีกด้วยเช่นกัน เขาเผย "ถ้าได้สาวเซ็กซี่อย่างยูบิน มารวมกับสาวที่มีเสน่ห์อย่างแทยอนได้ นั่นแหละครับสาวในอุดมคติของผมเลย" เขากล่าว

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT - http://www.pingbook.com - หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย